ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์

SFC’s focus on our workers

วันที่ประกาศ 25 ก.พ. 2562

แสงฟ้าก่อสร้างฯขยายไลน์ธุรกิจสู่ดีเวลลอปเปอร์เต็มตัว หลังซื้อหุ้นจากเครือณุศาศิริ 100% มูลค่า 350 ล้านบาท ตั้งบริษัท เอสเอฟซี เวนเจอร์ ศรีราชาฯ พัฒนาโครงการ “Yuu ศรีราชา”มูลค่า 1,750 ล้านบาท พร้อมเปิดพรีเซล 18-19 ส.ค.61 นี้ คาดปิดการขายก่อนโครงการแล้วเสร็จไตรมาส3/62 ประกาศหากสบช่องร่วมทุน-พัฒนาอสังหาฯพร้อมส่งบริษัทลูกเข้าถือหุ้น

นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทฯได้เข้าไปร่วมถือหุ้นในบริษัท ณุศา ศรีราชา คอนโดเทล จำกัด ในเครือบริษัท ณุศาศิริ จำกัด(มหาชน)ในสัดส่วน 50% เมื่อประมาณปี2560 ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาโครงการ “ณุศา ศรีราชา” แต่เนื่องจากสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากันทำให้สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อโครงการ ทางกลุ่มณุศาศิริฯจึงยอมให้กลุ่มแสงฟ้าก่อสร้างฯถือหุ้นเพิ่มเป็น 60% และได้ให้กลุ่มแสงฟ้าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการดังกล่าว  แต่ปรากฏว่าเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มณุศาศิริ มีความจำเป็นต้องขายหุ้นที่เหลือ 40% ให้กับกลุ่มแสงฟ้าก่อสร้างฯ คิดเป็นเม็ดเงินรวมทั้งสิ้น 350 ล้านบาท

ดังนั้นจึงถือเป็นก้าวแรกที่กลุ่มแสงฟ้าก่อสร้างฯเข้ามาดำเนินธุรกิจในรูปแบบของผู้ประกอบการอสังหาฯเป็นครั้งแรก และเปลี่ยนชื่อบริษัท ณุศา ศรีราชา คอนโดเทล จำกัด เป็นบริษัท เอสเอฟซี เวนเจอร์ ศรีราชา จำกัด แทน ด้วยทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 315 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้แบ่งที่ดินออกมา 5.5 ไร่(จากทั้งหมด 11 ไร่) โดยสามารถพัฒนาได้ 2 โครงการ แต่ในเบื้องต้นได้พัฒนาก่อน 1 โครงการ ซึ่งเป็นคอนโดฯสูง 29 ชั้น จำนวน 285 ยูนิต ที่เดิมกลุ่มณุศาศิริ ได้เปิดพรีเซลไปเมื่อปี2558 และมีลูกค้าซื้อไปแล้ว 120 ราย  แต่ทางกลุ่มแสงฟ้าฯได้ปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Yuu ศรีราชา” รวมไปถึงปรับฟังก์ชั่นการใช้งานในแต่ละยูนิตให้ทันสมัยมากขึ้น  โดยมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่  33.50-71.50 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.7-9 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยที่ 130,000 บาท/ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 1,750 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดพรีเซลในวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561 นี้ ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท เอ็ดมัน ไทน์ จำกัด เป็นผู้บริหารงานงาน โดยลูกค้าที่มาจองในช่วงพรีเซล จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่ากว่า 900,000 บาท และลุ้นรับสิทธิซื้อห้องในราคาสุดพิเศษ 99,999 บาท/ตารางเมตร

“เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะขายได้ด้วยตัวเอง เพราะที่ตั้งโครงการมีศักยภาพ และอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่สำคัญก็คือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลส่งเสริมและผลักดันให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุค Thailand 4.0 ที่เราเห็นความเคลื่อนไหวและความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรายิ่งมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ เพราะศรีราชา ถือว่าเป็นเมืองที่มีความพร้อมในการรองรับนักลงทุน เชื่อว่าเมื่อEEC มีความชัดเจนมากขึ้นก็จะสามารถดึงคนเข้ามาทำงานในพื้นที่และอยู่อาศัยในศรีราชาได้ถึง 10 ล้านคน”นพ.เชิดศักดิ์ กล่าว

นพ.เชิดศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ลูกค้าที่ซื้อโครงการ “Yuu ศรีราชา” นั้น ต่างมองถึงมูลค่าที่จะสามารถเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากหลังรัฐบาลประกาศสนับสนุนEECแล้ว ส่งผลให้ราคาที่ดินติดถนนสุขุมวิทในย่านศรีราชา มีราคาสูงถึง 100 ล้านบาท/ไร่ขึ้นไป ซึ่งโครงการ  “Yuu ศรีราชา”เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะสามารถปล่อยเช่าห้องขนาด 40 ตารางเมตร ได้ในราคา 40,000 บาท/เดือน โดยเจ้าของห้องชุดจะได้รับผลตอบแทน 6-7%ต่อปี

“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นดีเวลลอปเปอร์ เพราะธุรกิจหลักของเรายังคือรับเหมาก่อสร้าง แต่เมื่อมีโอกาสและมีช่องทางในการลงทุนในธุรกิจอื่นๆก็ไม่มีข้อจำกัด  และพร้อมที่จะเข้าไปลงทุน โดยก่อนหน้านี้แสงฟ้าฯก็ได้ร่วมทุนพัฒนาอาคารสำนักงานและคอนโดฯมาแล้ว 3 โครงการ แต่นับจากนี้ไปหากจะมีการพัฒนาโครงการเองหรือไปร่วมทุนพัฒนาโครงการกับผู้ประกอบการรายอื่นก็จะเข้าไปถือหุ้นโดยบริษัท เอสเอฟซี เวนเจอร์ ศรีราชา จำกัด”นพ.เชิดศักดิ์ กล่าวในที่สุด

ส่วนที่ดินที่เหลืออีก 2 ไร่กว่ามีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ สูงกว่า 30 ชั้น จำนวน 295 ยูนิต ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบบ และกำลังจะจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปลายปี2561 นี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดการขายโครงการที่ 2 ได้ในปี2562

นายอนุศักดิ์ อัมพรสุขสกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอสเอฟซี เวนเจอร์ ศรีราชาจำกัด กล่าวว่า โครงการ “Yuu ศรีราชา”  นั้นมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ คือ1.กลุ่มผู้ที่สนใจซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯที่ต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหลังที่ สองเพราะใช้เวลาขับรถเพียงแค่ 1 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ ด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย หรือจะเป็นคนท้องถิ่นที่ต้องการขยายครอบครัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงเช่นกัน เนื่องจากศรีราชาเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวสูงมากส่วน 2. กลุ่มผู้ที่สนใจในการลงทุนซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างรายได้ และ3.กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่สนใจจะซื้อไว้เพื่อลงทุนหรือใช้ชีวิตในวัยเกษียณ

ที่มา www.prop2morrow.com

บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ จำกัด ผู้บริหารโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม ร่วมกับ บริษัท วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาคและคณะ จำกัด (TACE) และบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ขอเชิญร่วมงาน สัมมนาฟรี "การพัฒนาวงการก่อสร้างอาคารสูงของประเทศไทยให้ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมการทำงานแบบ Single Team และ Loop Operation กรณีศึกษาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ " พร้อมเยี่ยมชมอาคารที่เสร็จสมบูรณ์" ในวันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ.2559 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง MSC Hall โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซ่า เจริญกรุง 72/4 ใกล้เอเชียทีค

สนใจสำรองที่นั่งกรอกรายละเอียดมาที่ แฟกซ์ 0-2640-4260 หรืออีเมล์มาที่ สุรีย์พร วงศ์ศรีตระกูล บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด job@technologymedia.co.th รีบสมัครด่วน (รับจำนวนจำกัด)

 

ที่มา www.newswit.com

วันที่ 6 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา บริษัท จี ดี ที พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ได้จับมือลงนามเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการ เดอะ โพรดิจี้ คอนโด เพชรเกษม 62 ณ สำนักงานขาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทที่เป็นพันธมิตของโครงการฯ มาร่วมเป็นสักขีพยาน

โครงการ เดอะ โพรดิจี้ฯ คอนโด high-rise สูง 31 และ 33 ชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 6.5 ไร่ ติดถนนเพชรเกษม ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค เพียง 200 เมตร ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย อาทิ เดอะมอลล์ บางแค, ซีคอน บางแค, โรงพยาบาล พญาไท 3, ตลาดบางแค ฯลฯ

ที่มา www.newswit.com

AIRA ผนึก เสนา - แสงฟ้า ลุยอสังหาฯ

วันที่ประกาศ 10 ก.ค. 2558

นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (กลาง) บมจ. ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) ร่วมกับ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร (ซ้าย) บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) และ นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ (ขวา) บจก. แสงฟ้าก่อสร้าง เพื่อร่วมมือศึกษาการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารสูง ในรูปแบบออฟฟิศสำนักงานให้เช่า โดย จัดตั้ง บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งAIRA ถือหุ้น100% เพื่อเข้าถือหุ้นอย่างน้อย 60% ในบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรทั้ง 2 รายนี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อเร็วๆนี้

 

ที่มา www.newswit.com

“แม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ” จับมือ “แสงฟ้า” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันพัฒนาวงการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษในประเทศไทยให้ทัดเทียบมาตรฐานสากล จัดทำห้องแลปรูม (LAB Room) เปิดประสบการณ์การบริหารจัดการด้านวิศวกรรมต่อสาธารณะครั้งแรกของไทย ตอกย้ำความตั้งใจหลังประสบความสำเร็จในการเทรากฐานคอนกรีตใหญ่ที่สุดในไทยมาแล้ว ทั้งยังจัดสัมมนาเพื่อส่งเสริมวิชาชีพ ยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้แข่งขันได้ในระดับสากล

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานที่ปรึกษาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม หรู บนทำเลโดดเด่นที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า นวัตกรรมการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษ (Super tower) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยากสูงกว่าการก่อสร้างอาคารสูงทั่วไป เนื่องจากมีความซับซ้อนในการใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรม ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์การก่อสร้างให้ได้คุณภาพ แข็งแรง ภายใต้การบริหารต้นทุนและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เลือกใช้บริการกับผู้รับเหมาบริษัทข้ามชาติ หรือบริษัทต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เพราะยังไม่มั่นใจฝีมือของผู้รับเหมาคนไทย

อย่างไรก็ดี โครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม และบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนากระบวนการดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ยกระดับมาตรฐานทัดเทียบ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงมีการร่วมมือกันจัดทำห้อง LAB Room เพื่อเปิดเผยประสบการณ์ก่อสร้างโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ทุกขั้นตอนอย่างละเอียดให้แก่วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนนักศึกษาและสาธารณะชนทั่วไปที่สนใจเข้าชมเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

นายเดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำ เรสซิเดนท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงด้านการออกแบบ ดีไซน์อาคารที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ความสะดวกสบายและประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ แต่บริษัทยังให้ความใส่ใจในขั้นตอนการก่อสร้าง ด้วยการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการก่อสร้างที่คำนึงถึงหลักมาตรฐานความปลอดภัยนำมาประยุกต์ใช้กับการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษได้ บริษัทจึงจัดสร้างแบบห้องเสมือนจริงเพื่อใช้ทดสอบการก่อสร้าง(LAB Room) มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ไว้ใช้ทดสอบและบริหารการก่อสร้างจริงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเตรียมจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการก่อสร้างแก่ผู้สนใจในวันที่ 5 มิถุนายน อีกด้วย

ทั้งนี้ การให้ความใส่ใจกับโครงการในด้านต่างๆ ทำให้ แม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ ได้รับรางวัลรับรองคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย และประเทศไทย มากที่สุดถึง 6 รางวัล ได้แก่ รางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Property Awards 2015-2016) คือรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งระดับ Best Residential High-rise Development เพียงแห่งเดียวของประเทศไทย และรางวัลในระดับ Highly Commended คือ Residential High-rise Architecture Thailand และ Residential Landscape Architecture Thailand รวมถึงรางวัลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2014 ระดับ Highly Commended อีก 3 รางวัล ได้แก่ สาขา Best Luxury Condo Development (Bangkok), สาขา Best Residential Architectural Design และสาขา Best Residential Interior Design

ด้าน นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการแม่น้ำ เรสซิเดนท์ คอนโดมิเนียม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่กำลังมีการขยายตัวในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย โรงแรม หรืออาคารสำนักงานแนวสูง จึงเกิดขึ้นจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแนวโน้มในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้น ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงานทุกขั้นตอน เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบ การวางแผนการทำงาน การบริหารจัดการการทำงาน ตลอดจนการควบคุมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จสูงสุด

สำหรับโครงการแม่น้ำเรสซิเดนท์ฯ คืออีกหนึ่งความภูมิใจที่ท้าทายความสามารถของบริษัท เพราะมีความพิเศษในงานก่อสร้างในหลายๆ ด้าน เช่น ความสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของอาคารสูงที่สุดของประเทศไทย ย่านเจริญกรุง ด้วยความสูง 239 เมตร จำนวน 54 ชั้น, รูปแบบอาคารที่มีลักษณะไม่ Symmetry และการเทคอนกรีตฐานรากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยปริมาณมากกว่า 8,000 ลบ.ม. ซึ่งเป็นการเทอย่างต่อเนื่องใช้รถคอนกรีตผสมเสร็จ CPAC จำนวน 60 คัน โดยประสบความสำเร็จด้วยดีและยังทำลายสถิติใหม่ เทคอนกรีต 900 ลบ.ม.ต่อชม. รวมถึงมีการใช้วิศวกรรมคุณค่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนฐานรากไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์การก่อสร้างครั้งสำคัญเช่นกัน

ที่มา www.newswit.com


Back To Top